นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่กำหนดหน่วยงานและกระบวนการกำกับกิจการที่สำคัญของบริษัท โดยคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยง กลยุทธ์ การรายงาน ทางการเงิน และการควบคุมภายใน บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

ในปี 2564 ผลการสํารวจตามโครงการสํารวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนซึ่งประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย บริษัทได้รับคะแนนระดับ “ดีเลิศ” (ช่วงคะแนนระหว่างร้อยละ 90 ขึ้นไป) ต่อเนื่องเป็นปีที่เจ็ด จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทยึดมั่นในหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รายละเอียดของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท แบ่งออก เป็น 5 หมวด ดังนี้

คณะกรรมการบริษัทตระหนักและให้ความสำคัญต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นมีสิทธิต่าง ๆ ดังนี้

  1. การซื้อขายและการโอนหุ้น การได้รับส่วนแบ่งในผลกําไรของบริษัท
  2. การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นและร่วมพิจารณาตัดสินใจเรื่องสำคัญของบริษัท
  3. การแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
  4. สิทธิอื่น ๆ ตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัท

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

บริษัทได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 โดยมีคณะกรรมการ, ประธานคณะกรรมการ ชุดย่อยทุกชุด ผู้บริหารระดับสูง และผู้สอบบัญชีเข้าร่วมการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 บริษัทจัดการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง โดยมีกระบวนการต่าง ๆ ดังนี้

ก่อนการประชุม

  • บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการของบริษัทล่วงหน้าก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยบริษัท ได้เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการดังกล่าวโดยเผยแพร่ในรูปแบบจดหมายข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและทางเว็บไซต์ของบริษัทตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหุ้น
  • บริษัทแจ้งวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีเป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุม 30 วันโดยเผยแพร่ในรูปแบบจดหมายข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และทางเว็บไซต์ของบริษัท
  • บริษัทได้มอบหมายให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนของบริษัท เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าอย่างน้อยสิบสี่ วัน และบริษัทได้จัดให้มีการเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทางเว็บไซต์ของบริษัทเป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุม 30 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้นได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นมีรายละเอียดประกอบ ระเบียบวาระต่าง ๆ อย่างเพียงพอและครบถ้วน เอกสารประกอบการประชุมและความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในแต่ละวาระ พร้อมทั้งระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องเสนอเพื่อทราบหรือเพื่อพิจารณา และแนบหนังสือมอบฉันทะตามแบบตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด รวมทั้งเสนอรายชื่อกรรมการอิสระจำนวนสามท่านในหนังสือมอบฉันทะ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ถือหุ้นในการมอบฉันทะให้กรรมการอิสระท่านใดท่านหนึ่ง
  • บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งคําถามเกี่ยวกับวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นได้ล่วงหน้าทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ companysecretary@dtac.co.th หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนมาตามที่อยู่ของบริษัท

วันประชุมผู้ถือหุ้น

  • บริษัทจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น รวมถึงครั้งอื่น ๆ ในจังหวัดเดียวกันกับที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่เป็นสถานที่ที่เดินทางได้โดยสะดวก และจัดประชุมในวันธรรมดา อย่างไรก็ดี บริษัทสามารถพิจารณาจัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-meeting) ตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 บริษัทยังได้นําการนับคะแนนเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อให้การประมวลผลการลงคะแนนเสียงเป็นไปอย่าง รวดเร็วและแม่นยํายิ่งขึ้น ทั้งนี้ ก็เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้น
  • บริษัทดำเนินการประชุมอย่างโปร่งใสและมีกลไกที่สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถามและแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวาระและสรุปไว้ในรายงานประชุม นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องและผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อตอบคําถามและรับทราบความคิดเห็นของผู้ถือหุ้น
  • บริษัทได้จัดให้มีการชี้แจงหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงลงคะแนนให้แก่ผู้ถือหุ้นก่อนเริ่มการประชุม ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะมีสิทธิออกเสียงตามจำนวนหุ้นโดยในแต่ละวาระที่ไม่สามารถแบ่งคะแนนเสียงได้ ยกเว้นผู้รับมอบฉันทะตามแบบ ค. บริษัทยังได้จัดให้มีที่ปรึกษากฎหมายที่เป็นอิสระจากภายนอก (Inspector) ทำหน้าที่กำกับดูแลการประชุมและตรวจสอบการนับคะแนนเสียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท ทั้งนี้ ในการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและตั้งคําถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ บริษัทและวาระการประชุมได้อย่างเต็มที่

ภายหลังการประชุม

  • บริษัทได้แจ้งมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 โดยระบุผลการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระ แยก ประเภทคะแนนเสียงเป็น “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง” โดยจัดส่งในรูปแบบจดหมายข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันเดียวกัน หลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นเสร็จสิ้น
  • บริษัทได้จัดทำรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 และจัดให้มีการเผยแพร่แถบวิดีทัศน์ บันทึกภาพการประชุมผู้ถือหุ้นทางเว็บไซต์ของบริษัท ที่ www.dtac.co.th ภายใน 14 วันภายหลังการประชุม โดยรายงานการประชุมมีรายละเอียด ดังนี้

    1) จำนวนกรรมการ และสัดส่วนของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม และผู้บริหาร

    2) ผลการลงมติในแต่ละวาระ โดยแสดงผลทั้ง “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง”

    3) คําถามและคําตอบที่ได้หารือในที่ประชุมรวมถึงรายชื่อผู้ที่ถามคําถาม

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยได้ดำเนินการต่าง ๆ ตามข้อบังคับของบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • การจัดประชุมผู้ถือหุ้น: บริษัทมีนโยบายที่จะรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกราย โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประธานในที่ประชุมได้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด
  • สิทธิการลงคะแนนเสียง: ผู้ถือหุ้นของบริษัททุกรายมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามจำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิออกเสียงเท่ากับหนึ่งเสียง บริษัทมิได้นําการลงคะแนนเสียงแบบสะสมมาใช้ เนื่องจากข้อบังคับบริษัทได้กําหนดให้มีการเลือกตั้งกรรมการโดยวิธีคะแนนเสียงข้างมาก อย่างไรก็ดี บริษัทได้กําหนดให้มีวิธีการอื่นในการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อยมาโดยตลอด โดยการกำหนดนโยบายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเพื่อสรรหาบุคคลที่มีความรู้และความสามารถในการที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และได้สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยใช้สิทธิในการเสนอ วาระการประชุมเพิ่มเติมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานและกรรมการจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องด้านธุรกิจโทรคมนาคมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องอันเป็นประโยชน์ต่อกิจการบริษัท กระบวนการสรรหาคัดเลือกกรรมการอิสระต้องมั่นใจว่ากรรมการอิสระได้ทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น
  • การลงคะแนนเสียง: บริษัทได้มอบหมายให้บริษัทภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด ดำเนินการแทนบริษัทในการลงทะเบียนและนับคะแนนเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยในวาระการเลือกตั้งกรรมการ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในการเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล การนับคะแนนเสียงในแต่ละวาระเป็นไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส และมีการจัดเก็บข้อมูลจราจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการตรวจสอบได้ในภายหลัง
  • การมอบฉันทะ: บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้สามารถมอบฉันทะให้ กรรมการอิสระของบริษัทหรือบุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนตนได้ โดยบริษัทได้จัดเตรียมหนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการออกเสียงลงคะแนนได้ และได้จัดส่งหนังสือมอบฉันทะให้แก่ผู้ถือหุ้นพร้อมหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบฉันทะได้ทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.dtac.co.th

(1)การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

ในปี พ.ศ. 2564 บริษัทได้จัดทำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน “Responsible Business Conduct 2021-2023” หรือการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบซึ่งบริษัทได้ทำการศึกษาปัญหาและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ESG materiality assessment) และทำการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ โดยเริ่มจากการระบุประเด็นสำคัญทางธุรกิจ (Materiality) และประเมินกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งภายในและภายนอกบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้สร้างคุณค่าและประโยชน์สูงสุดแก่เศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างแท้จริงตามหลักปฏิบัติในนโยบายด้านความยั่งยืน บริษัทจึงได้ระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 7 กลุ่ม ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการดําเนินงานขององค์กร ได้แก่ ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน พนักงาน ชุมชนและสังคม ลูกค้า บริษัทคู่ค้า หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแล โดยบริษัทได้กำหนดสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มไว้ด้วย

รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย โปรดดูรายละเอียดอ้างอิง ดังนี้

หัวข้อ Part of One Report
สิทธิของผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
ส่วนที่ 2 หัวข้อที่ 6.1 หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น
และหมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
สิทธิของพนักงาน ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
ส่วนที่ 2 หัวข้อที่ 7.5 ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงาน
ชุมชนและสังคม ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
ลูกค้า ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
บริษัทคู่ค้า ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
หน่วยงานภาครัฐ ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
หน่วยงานกำกับดูแล ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

สิทธิของพนักงาน

นอกเหนือจากรายละเอียดที่ปรากฏใน ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน และส่วนที่ 2 หัวข้อที่ 7.5 ข้อมูล เกี่ยวกับพนักงาน บริษัทส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรโดยจัดให้มีการเลือกตั้ง “สภาผู้แทนพนักงาน” เพื่อเป็นตัวแทนของพนักงานและเป็นสื่อกลางในการประสานงานกับบริษัท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงานในเรื่องต่าง ๆ เพิ่มเติมจากที่บริษัทได้จัดให้ในรูปแบบของสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่พนักงานได้รับอยู่แล้ว รวมทั้งให้คำปรึกษา และรับฟังข้อคิดเห็นของพนักงาน

บริษัทจัดให้มีหน่วยงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อกำหนดนโยบาย และหลักในการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ สวัสดิภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดและส่งเสริมให้มีการดูแลและรักษาสุขภาพอนามัยที่ดี และจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ซึ่งรวมถึงควบคุมภยันตรายและดำเนินการที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุและโรคภัยจากการทำงานให้กับพนักงานทุกคนตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในนานาประเทศ อีกทั้งจัดให้มีการอบรมและจัดกิจกรรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในองค์กร รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการด้านสุขภาพอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานจำนวน 3 คณะในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของพนักงานและผู้บริหารเข้าทำงานร่วมกัน โดยทำหน้าที่รายงานและเสนอแนวทางการแก้ไขและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัย และส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน

สิทธิของลูกค้า

นอกเหนือจากรายละเอียดที่ปรากฏใน ส่วนที่ 1 หัวข้อ ที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน บริษัทมีนโยบายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าลูกค้าทุกรายจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ด้วยความเคารพและกิริยามารยาทที่ดี บนหลักการ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” หรือการให้ความสำคัญแก่ลูกค้า บริษัทได้จัดเตรียมช่องทางบริการเพื่อรองรับการติดต่อจากลูกค้า กล่าวคือ สำนักงานบริการลูกค้า (Service Center) และคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) โดยลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล แจ้งทำรายการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รวมถึงร้องเรียนปัญหาผ่าน สำนักงานบริการลูกค้าซึ่งตั้งอยู่ในทำเลสำคัญในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด และผ่านคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หมายเลข 1687 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งบริษัทได้พัฒนาช่องทางการติดต่อในรูปแบบดิจิทัลต่าง ๆ อาทิ แอปพลิชันดีแทค เว็บไซต์ อีเมล หรือสังคมออนไลน์ เช่น Line dtac Connect หรือ Facebook เป็นต้น เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในเรื่องต่าง ๆ

สิทธิของบริษัทคู่ค้า

บริษัทมีนโยบายในการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันโดยบริษัทได้กำหนดนโยบายวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นลายลักษณ์อักษรง่ายต่อการเข้าใจ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้คู่ค้าของบริษัทสามารถเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้าของบริษัทได้ในทุกกรณี โดยบริษัทมีนโยบายในการจัดให้มีการแข่งขันการประกวดราคาไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ การเจรจาตกลงเข้าทำสัญญาระหว่างคู่ค้าและบริษัทเป็นไปตามเงือนไขทางการค้าปกติทั่วไป รวมถึงบริษัทให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของคู่ค้าและบุคคลอื่น โดยมีนโยบายให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลอื่นใดที่กระทำการในนามของบริษัท หลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของคู่ค้าและบุคคลอื่น ขณะเดียวกัน กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลอื่นใดที่กระทำการในนามของบริษัท จะต้องปกป้องและตรวจสอบดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทเพื่อประโยชน์ของบริษัท ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในหลักในการปฏิบัติ “ดีแทคธรรมาภิบาล”

บริษัทมีนโยบายให้คู่ค้าของบริษัทปฏิบัติตามหลักในการปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ในเรื่องต่าง ๆ เช่น แรงงาน สุขภาพ อนามัย ความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น โดยกำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับบริษัท ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในนานาประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทยังคำนึงถึงบทบาทของคู่แข่ง และเจ้าหนี้ของบริษัท ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนี้

สิทธิของคู่แข่ง

บริษัทส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและโดยเปิดเผย และบริษัทจะไม่กระทําการใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้า หรือที่อาจทําให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของคู่แข่ง ทั้งนี้ บริษัทดําเนินการแข่งขันในตลาดโดยนําเสนอสินค้าและบริการที่ดีและในราคาที่เหมาะสมและบริษัทจะเผชิญกับคู่แข่งด้วยความซื่อตรงและด้วยความเป็นมืออาชีพ

สิทธิของเจ้าหนี้

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนระหว่างบริษัทและเจ้าหนี้อยู่เสมอ บริษัทมีนโยบายในการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใสและตรวจสอบได้แก่เจ้าหนี้ และยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อกําหนดและเงื่อนไขของสัญญาที่มีต่อเจ้าหนี้โดยเคร่งครัด ทั้งในเรื่องการชําระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการดำรงอัตราส่วนทางการเงิน และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจะได้แจ้งให้เจ้าหนี้ของบริษัทรับทราบในทันที่ทีบริษัทไม่สามารถปฎิบัติตามเงื่อนไขใด ๆ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้พิจารณาหาทางออกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

(2) การเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากล

ตามที่กำหนดไว้ในหลักในการปฏิบัติ “ดีแทคธรรมาภิบาล” (โปรดดูเอกสารแนบ 5) บริษัทสนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชนที่ประกาศใช้ในนานาประเทศซึ่งรวมถึงปฏิญญาและอนุสัญญาต่าง ๆ ของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ตลอดจนบุคคลอื่นใดที่กระทำการในนามของบริษัทจะต้องเคารพในศักดิ์ศรีส่วนบุคคล ความเป็นส่วนตัว และสิทธิของแต่ละบุคคลที่ตนได้มีการติดต่อด้วยในระหว่างการปฏิบัติงาน โดยจะต้องไม่กระทำการใด ๆ หรือส่งเสริมให้มีการละเมิดหรือล่วงเกินสิทธิมนุษยชนใด ๆ

(3) การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทได้ประกาศใช้นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นครั้งแรกในปี 2549 และปรับปรุงเป็นครั้งคราวเรื่อยมา จนกระทั่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี 2564 บริษัทได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมดีแทคธรรมาภิบาลในส่วนของการต่อต้านการคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption) เนื้อหาหลักของหัวข้อดังกล่าวเป็นการยกระดับวิธีปฏิบัติที่ดีในการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนและทำให้พนักงานตระหนักถึงนโยบายของบริษัท โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า “ดีแทคจะไม่ทนและจะต่อต้านการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ” ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้คํามั่นสัญญาต่อว่า เราจะดำเนินธุรกิจของเราอย่างเปิดกว้าง และโปร่งใส ดังนั้น ดีแทคจะไม่ทนต่อ “การติดสินบน (Bribery)” หรือ “การจ่ายเงินหรือให้ประโยชน์ที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม (Improper Payments or Advantages)” ทุกประเภท เพราะบริษัทเล็งเห็นว่าการติดสินบนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและด้านกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและต่อบริษัท ซึ่งการติดสินบนอาจมีได้หลายรูปแบบ รวมถึง “การจ่ายค่าอำนวยความสะดวก (Facilitation Payments)” “การจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์ในภายหลัง (Kick-back Schemes)” ทั้งนี้ บริษัทยังได้เพิ่มเติมขอบเขตหรือบริบทในการสร้างเสริมวัฒนธรรมองค์กรในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวของในการทำธุรกิจของบริษัท กล่าวคือ “เจ้าหน้าที่รัฐ” โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์การต่อต้านการทุจริตที่เข้มงวด ดังนั้น บริษัทจึงปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่รัฐโดยใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมถึงบริษัทยังให้ความสนใจในเรื่องการทุจริตในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่บริษัทเป็นส่วนหนึ่งด้วย โดยบริษัทจะต้องคัดเลือก “คู่ค้าทางธุรกิจ” อย่างระมัดระวัง และติดตามตรวจสอบว่าคู่ค้าทางธุรกิจนั้นได้ปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะหากมีการกระทำผิดอันขัดต่อกฎหมายเกิดขึ้น อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างเป็นนัยสำคัญต่อบริษัทได้ แม้ว่าบริษัทจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทมองว่าสินน้ำใจทางธุรกิจบางอย่าง เช่น การให้ของขวัญ การดูแลด้วยไมตรีจิต และการให้ค่าใช้จ่ายเดินทาง อาจทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรืออาจถือได้ว่าเป็นการติดสินบนในบางสถานการณ์ บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการบริจาคหรือการเป็นสปอนเซอร์เพื่อการกุศล ซึงอาจถูกมองหรือสงสัยว่าเป็นการติดสินบนได้ถ้าเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึงความได้เปรียบทางธุรกิจขององค์กร

บริษัทยังได้ให้ความสำคัญถึงผลกระทบของคอร์รัปชั่นและความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและสื่อสารไปยังพนักงานภายในองค์กรตามหลักการให้เห็นเป็นตัวอย่าง (Tone from the top) เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะยึดมั่นต่อวัฒนธรรมองค์กรที่มีจริยธรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปัจจุบันบริษัทยังคงดำเนินนโยบายพิจารณาการให้การสนับสนุนและการบริจาคอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีส่วนรับผิดชอบต่อประเทศไทย

นอกจากนี้ บริษัทได้รับการรับรองเป็นองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ภายใต้โครงการสร้างแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition) ในปี 2562 บริษัทได้รับการตรวจประเมินและได้รับการต่ออายุการรับรองต่อไปอีกสามปี

บริษัทยังได้มีการจัดทำการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น การกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อควบคุมป้องกัน และติดตามความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการสื่อสารและฝึกอบรมแก่พนักงานเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง และนําเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทปีละหนึ่งครั้ง

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น ดังนี้

  1. บริษัทได้สื่อสารไปยังทุกระดับขั้น ทั้งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการต่าง ๆ อยู่ในขอบเขต กฎหมายอย่างเคร่งครัด
  2. บริษัทจัดให้มีช่องทางในการรายงานหากมีการพบเห็นการฝ่าฝืนนโยบายหรือพบเห็นการกระทำทุจริตคอร์รัปชั่น และมีมาตรการคุ้มครองให้แก่ผู้รายงาน
  3. บริษัทได้สื่อสารผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยังคู่ค้าและพนักงานของบริษัทเพื่อให้ทราบถึงแนวประพฤติปฏิบัติที่ดี เช่น การงดรับของขวัญช่วงเทศกาล และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภายในบริษัท เป็นต้น
  4. ผู้บริหารของบริษัทให้ความสำคัญเข้าร่วมงาน International Anti-Corruption Day ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ทุกวันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี

(4) การแจ้งเบาะแส (Whistleblowing)

บริษัทได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสารผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท ที่ www.dtac.co.th เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและร้องเรียนโดยตรงต่อคณะกรรมการบริษัทในกรณีได้รับความไม่เป็นธรรมหรือความเดือดร้อนจากการกระทำของบริษัท พนักงานมีหน้าที่ที่จะต้องรายงานถึงการกระทำใด ๆ ที่อาจเป็นการฝ่าฝืนดีแทคธรรมาภิบาลผ่านทางสายด่วนกำกับดูแลและจริยธรรมองค์กร (Integrity Hotline: https://telenorgroup.integrityline.com/frontpage) หากพนักงานต้องการคำแนะนําอันเกี่ยวข้องกับการรายงานการฝ่าฝืน พนักงานสามารถติดต่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กำกับดูแลและจริยธรรมองค์กร (Ethics and Compliance Officer) หรือหัวหน้างานของพนักงานได้

สายด่วนกำกับดูแลและจริยธรรมองค์กร (Integrity Hotline) คือ ระบบการรับเรื่องผ่านทางเว็บไซต์โดยข้อมูลถือเป็นความลับ ระบบนี้ จะมีบุคคลที่สามซึ่งเป็นอิสระจากบริษัทเป็นผู้ดำเนินการรายงาน ทั้งหมดจะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่สอบสวน (Investigation Officer) ของหน่วยงานสอบสวน (Investigation Department) ทั้งนี้ ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) และรายละเอียดอื่น ๆ จะถูกเก็บเป็นความลับเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้แจ้งเบาะแส นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ กำกับดูแลและจริยธรรมองค์กรมีหน้าที่ที่จะต้องรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยไตรมาสละหนึ่งครั้ง เพื่อรายงานถึงกิจกรรมการควบคุมดูแลต่าง ๆ ของหน่วยงานกำกับดูแลและจริยธรรมองค์กร และเพื่อรับข้อเสนอแนะในกรณีใด ๆ ที่มีความ สำคัญต่อบริษัทจากคณะกรรมการตรวจสอบ

เรื่องร้องเรียนทุกเรื่องจะได้รับการดำเนินการอย่างจริงจังและการติดตามผลอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ ในเบื้องต้น เรื่องร้องเรียนทุกเรื่องจะได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานสอบสวนของบริษัท โดยที่การร้องเรียนใด ๆ ที่เป็นประเด็นขัดต่อดีแทคธรรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง หน่วยงานสอบสวนจะทำหน้าที่ในการดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง และในกรณีร้องเรียนอื่น ๆ จะดำเนินการโดยผู้รับผิดชอบอิสระที่ได้รับการแต่งตั้ง อนึ่ง หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวต้องเก็บรักษาข้อมูลเรื่องร้องเรียนเหล่านั้นไว้เป็นความลับทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการต่างๆในเรื่องนี้ จะมีความถูกต้องเหมาะสมและตรงไปตรงมา

บริษัทได้สื่อสารกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอในเรื่องการแจ้งสถานการณ์ที่อาจไม่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมหรือที่ผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตอบโต้หรือแก้แค้น ทั้งนี้ เพราะบริษัทจะไม่ยอมให้ผู้ใดกระทำการแก้แค้นผู้สุจริตที่แจ้งเบาะแสการฝ่าฝืนดีแทคธรรมาภิบาล

บริษัทปฏิบัติตามข้อกําหนดของ ก.ล.ต. สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่มีสาระสำคัญ โดยได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน พัฒนาการของบริษัท ข้อมูลการประกอบกิจการ ผลการดําเนินงาน และข่าวสารต่าง ๆ ที่สำคัญของบริษัทผ่านทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลเป็นไปอย่าง โปร่งใสและเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน นโยบายและกิจกรรมเพื่อสังคม และแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.dtac.co.th โดยบริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัทได้จัดประชุมแถลงข้อมูลผลการดําเนินงานในแต่ละไตรมาสให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน และผู้ที่สนใจ โดยมีผู้บริหารของบริษัทเข้าร่วมประชุมชี้แจงและตอบข้อซักถาม

บริษัทตระหนักดีว่าข้อมูลของบริษัททั้งที่เกี่ยวกับการเงินและที่มิใช่การเงินล้วนมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป ดังนั้น เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใส บริษัทได้จัดให้มีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อทําหน้าที่ในการติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับข้อมูลของบริษัทจากหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +66 2202 8882 หรือทางอีเมล IR@dtac.co.th

ในรอบปี 2564 บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลผ่านทางระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ จํานวน 34 ครั้ง และจัดกิจกรรมเพื่อพบและให้ข้อมูลกับผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ และนักลงทุนในโอกาสต่าง ๆ โดยสรุปได้ดังนี้

ผู้มีส่วนได้เสีย ช่องทางในการสานสัมพันธ์ จำนวนครั้ง/ความถี่ ความคาดหวัง การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย
ผู้ถือหุ้น/
นักลงทุน
การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ประจำปี
1 ครั้งต่อปี
  • การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียม
  • การเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ทันต่อเวลา เข้าถึงง่าย
  • มีผลการดำเนินงานที่เติบโตสร้างผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น
  • การจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
  • ปฏิบัติตามแนวทางและ กฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • ดำเนินธุรกิจตามธรรมาภิบาล และรับผิดชอบต่อสังคม
  • มีการลงทุนเพื่อสร้างความเจริญเติบโต
  • ดำเนินการตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล
  • มีช่องทางสำหรับสื่อสารกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่หลากหลาย
  • เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึง Roadshow และConference เพื่อพบนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ
การประชุมทางโทรศัพท์เพื่อแถลง
ผลประกอบการประจำไตรมาส
1 ครั้งต่อไตรมาส
ประชุม Roadshow หรือ Conference เพื่อพบผู้ถือหุ้น/นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 11 ครั้งในปี 2564
การประชุมกับนักลงทุนหรือประชุมทางโทรศัพท์ที่บริษัท 10 ครั้งในปี 2564
เว็บไซต์ส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์ มีการปรับปรุงข้อมูลบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ
อีเมลนักลงทุนสัมพันธ์ ทุกวัน

อนึ่ง คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัทและข้อมูลทางการเงินที่ปรากฏในแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1 One Report) ซึงงบการเงินดังกล่าวจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยบริษัทได้เลือกใช้นโยบายทางบัญชีที่เหมาะสมและนํานโยบายทางบัญชีที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้ในแต่ละรอบปีบัญชี ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับคุณภาพของรายงานทางการเงินและระบบควบคุมภายในของบริษัท รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าการบันทึกข้อมูลทางบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วนและเพียงพอ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้จัดทำรายงานคณะกรรมการบริษัทเพื่อนำเสนอในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ต่อผู้ถือหุ้นเพื่อให้ทราบถึงผลการดําเนินงานและประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้นในรอบปีด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2564 ไม่มีเหตุการณ์ที่บริษัทถูกดำเนินการโดยหน่วยงานกำกับดูแลเนื่องจากการไม่ประกาศหรือไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีสาระสำคัญภายในระยะเวลาที่กำหนด

1) องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดสิบท่าน โดยกรรมการทั้งหมดมิใช่ผู้บริหารของบริษัท และประกอบด้วย กรรมการอิสระจำนวนสี่ท่าน โดยมีกรรมการอิสระซึ่งเป็นสุภาพสตรีจำนวนสามท่าน นอกจากนี้ ยังมีกรรมการสุภาพสตรีซึ่งเป็นกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารอีกหนึ่งท่าน รวมบริษัทมีกรรมการที่เป็นสุภาพสตรีสี่ท่าน คิดเป็น 40% ของจำนวนกรรมการที่พึงมีได้ อนึ่ง บริษัทไม่มีกรรมการและกรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนมากกว่าห้าบริษัท โดยในปัจจุบัน มีกรรมการหนึ่งท่านดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนมากกว่าสามบริษัท บริษัทมีนโยบายให้กรรมการที่เป็นผู้บริหารดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทอื่นและบริษัทจดทะเบียนไม่เกินกว่าสองบริษัท ทั้งนี้ ไม่นับรวมบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุนของบริษัทซึ่งบริษัทมีความจำเป็นต้องเข้าไปกำกับดูแลการบริหารจัดการเพื่อประสิทธิภาพของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทมีกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารมากกว่าหนึ่งท่านที่มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท

ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีหน้าที่ความรับผิดชอบแยกต่างหากจากกันและไม่ใช่บุคคลเดียวกัน โดยประธานกรรมการมาจากการเลือกตั้งของกรรมการบริษัทและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมโดยควบคุมการประชุมของคณะกรรมการบริษัทให้เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม และสนับสนุนให้กรรมการทุกท่านมีส่วนรวมในการประชุม เช่น ตั้งคําถามหรือข้อสังเกต ให้คำปรึกษาและให้ข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท แต่จะไม่ก้าวก่ายในการบริหารจัดการกิจการของบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทำหน้าที่ บริหารจัดการกิจการของบริษัทและกำกับดูแลให้การดําเนินงานของบริษัทเป็นไปตามข้อบังคับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการบริษัท นโยบายและแผนการประกอบธุรกิจของบริษัท และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หลากหลาย ทั้งด้านการเงิน การบัญชี การบริหารจัดการ กฎหมาย และการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยกรรมการอิสระของบริษัทมีคุณสมบัติสูงกว่าข้อกําหนดขั้นต่ำของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามรายละเอียดซึ่งแสดงอยู่ภายใต้หัวข้อ 8.1.1 การสรรหาพัฒนา และประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ - (1) กรรมการอิสระ

อนึ่ง บริษัทมิได้กําหนดให้ประธานกรรมการบริษัทเป็นกรรมการอิสระเนื่องจากกิจการโทรคมนาคมเป็นกิจการที่มีลักษณะเฉพาะ มีความซับซ้อนและมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด บริษัทเห็นว่าประธานกรรมการและกรรมการของบริษัทมีความรู้ ความสามารถ และมีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท ซึ่งจําเป็นต่อการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม และถึงแม้ประธานกรรมการจะไม่ใช่กรรมการอิสระ แต่คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่า บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่ดี รวมทั้งมีกลไกซึ่งสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายว่าการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของ คณะกรรมการบริษัทได้ใช้ดุลยพินิจที่เป็นอิสระ ระมัดระวัง รอบคอบ และปราศจากการครอบงำหรือการชี้นำในทางความคิดในระหว่างการพิจารณา

2) ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ ทิศทางและนโยบายในการดําเนินงาน แผนการประกอบธุรกิจ และงบประมาณประจำปีของบริษัท และกำกับดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายและแผนการประกอบธุรกิจที่กำหนดไว้ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท และมติของคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมันคงอย่างยั่งยืนให้แก่บริษัท และเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวโดยคณะกรรมการบริษัทกําหนดให้มีการพิจารณาทบทวนและให้ความเห็นชอบในวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ ทิศทางและนโยบายในการดําเนินงานของบริษัทเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และสภาพธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งอำนาจในการพิจารณาอนุมัติ โปรดอ้างอิงรายละเอียดตามกฎบัตรของคณะ กรรมการบริษัทตามเอกสารแนบ 5 ของแบบแสดงข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report)

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการโดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารและฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้กรรมการได้พิจารณาและทบทวนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฝ่ายบริหารและบริษัท รวมถึงพิจารณาและอภิปรายประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการหรืออยู่ในความสนใจของคณะกรรมการ โดยมีการแจ้งผลการประชุมให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับทราบ เพื่อพิจารณาและปรับปรุงต่อไป ปี 2564 คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการโดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารและฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมจำนวน 1 ครั้ง นอกจากนี้ คณะกรรมการยังกำหนดให้ผู้สอบบัญชีของบริษัทเข้าประชุมหารือกับคณะกรรมการโดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารและฝ่ายบริหารอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปี 2564 คณะกรรมการได้ ดำเนินการประชุมกับผู้สอบบัญชีดังกล่าวจำนวน 1 ครั้ง

การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการบริษัททั้งคณะ (Evaluation on the Performance of the Board of Directors) การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคล (Director Self-Assessment) รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย (Sub-Committee Self-Assessment) เป็นประจําทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละท่านแสดงความคิดเห็นต่อผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและเพื่อช่วยในการพิจารณาทบทวนผลงาน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในปี 2564 คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้น สรุปผลได้ดังนี้

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ

บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะเป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีกระบวนการในการประเมินผลการปฏิบัติงานสรุปได้ดังนี้

เลขานุการบริษัทจัดทำและทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้มีความถูกต้องครบถ้วนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด และนําเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงาน เลขานุการบริษัทดำเนินการสรุปผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ รวมถึงข้อดีและข้อที่ควรปรับปรุง และนําเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ ก่อนนําเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาและดำเนินการปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ แบ่งการประเมินเป็น 6 หัวข้อได้แก่ (1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ (2) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (3) การประชุมคณะกรรมการ (4) การทำหน้าที่ของกรรมการ (5) ความสัมพันธ์ของฝ่ายจัดการ และ (6) การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร และมีเกณฑ์การประเมินผลคิดเป็นร้อยละจากคะแนนเต็มในแต่ละข้อ โดยคะแนนมากกว่าร้อยละ 85 = ดีเยี่ยม คะแนนมากกว่าร้อยละ 75 = ดีมาก คะแนนมากกว่า ร้อยละ 65 = ดี คะแนนมากกว่าร้อยละ 50 = พอใช้ และต่ำกว่าร้อยละ 50 = ควรปรับปรุง ทั้งนี้ ผลการประเมินสรุปได้ว่า คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและหลักในการปฏิบัติ “ดีแทคธรรมาภิบาล” ของบริษัท โดยมีผลการปฏิบัติงานส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีเยี่ยม โดยมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 95.56

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

ในปี 2564 บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย โดยมีกระบวนการในการประเมินผลการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งนี้ แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยแบ่งการประเมินเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ (1) องค์ประกอบของคณะกรรมการ (2) หน้าที่ ความรับผิดชอบของคณะกรรมการและ (3) ภาพรวมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ซึ่งผลการประเมินพบว่าผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะมีผลการปฏิบัติงานใกล้เคียงกับในปีที่ผ่านมา

การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคล

บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคลเป็นประจำทุกปีเช่นกัน โดยมีกระบวนการในการประเมินผลการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งนี้ แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคลแบ่งการประเมินเป็น 5 หัวข้อ ได้แก่ (1) การเข้ารับตำแหน่งกรรมการ (2) จริยธรรมของการเป็นกรรมการ (3) ความรับผิดชอบของกรรมการ (4) การประชุมคณะกรรมการ และ (5) ภาพรวมการปฏิบัติงานของกรรมการ ซึ่งผลการประเมินพบว่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 97.43 จึงสามารถสรุปผลการประเมินได้ว่ากรรมการของบริษัทมีคุณสมบัติและได้ปฏิบัติภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบอย่างดีเยี่ยมและเหมาะสม ตามแนวทางการปฏิบัติที่ดีของกรรมการ

3) การเข้าร่วมประชุมและการจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการรายบุคคล

การเข้าร่วมประชุม

การประชุมคณะกรรมการบริษัทจัดขึ้นอย่างน้อยทุกไตรมาส โดยบริษัทจะแจ้งกําหนดการประชุมคณะกรรมการบริษัทให้กรรมการทราบล่วงหน้าทุกปี เพื่อให้กรรมการสามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้อย่างพร้อมเพรียงกัน ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน โดยบริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมให้แก่กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมการประชุม การประชุมแต่ละครั้งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงเว้นแต่เป็นการประชุมที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์พิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามของคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ ประธานกรรมการเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยก่อนการลงคะแนน และสรุปมติของที่ประชุมในแต่ละวาระการประชุม กรรมการที่มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนและจะต้องออกจากการประชุมในระหว่างการพิจารณาวาระนั้น ๆ

บริษัทจัดทำบันทึกรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยจัดเก็บต้นฉบับร่วมกับหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุม และจัดเก็บสำเนาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกสำหรับกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ

บริษัทยังได้จัดให้มีอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในการประชุมผ่าน วิดีทัศน์ (Video Conference) หรือโทรศัพท์ (Teleconference) เพื่อให้กรรมการสามารถเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์แก่ผู้บริหารหรือการดำเนินงานของบริษัทได้ ทั้งนี้ ตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนด

บริษัทกำหนดนโยบายให้องค์ประชุมสำหรับการประชุมคณะกรรมการ บริษัทต้องประกอบด้วยกรรมการกรรมการไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดถึงจะเป็นองค์ประชุม และให้ใช้กับการใช้สิทธิออกเสียงในแต่ละวาระด้วย อย่างไรก็ตาม หากการประชุมใดมีองค์ประชุมไม่ถึงสองในสามก็ให้เป็นดุลยพินิจของประธานกรรมการ ที่ จะดำเนินการประชุมโดยใช้องค์ประชุมตามข้อบังคับบริษัท (ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด)

ในปี 2564 บริษัทได้จัดการประชุมคณะกรรมการบริษัทรวม 7 ครั้ง และมีอัตราการเข้าร่วมประชุมของกรรมการคิดเป็นร้อยละ 100 โดยมีรายละเอียดการเข้าร่วมประชุมของกรรมการเป็นรายบุคคลดังนี้

ชื่อ - นามสกุล                ตำแหน่ง                   การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ การเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ประจำปี 2564
รวม ด้วยตนเอง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ 7/7 7/7 - 1/1
นายเยอเก้น คริสเตียน อาเร้นท์ โรสทริป รองประธานคณะกรรมการ 7/7 1/7 6/7 1/1
นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำหนดค่าตอบแทน และกรรมการกำกับดูแลกิจการ 7/7 - 7/7 1/1
นายสตีเฟ่น วูดรุฟ ฟอร์ดแฮม กรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการสรรหา กรรมการตรวจสอบ และกรรมการกำกับดูแลกิจการ 7/7 - 7/7 1/1
นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ ประธานคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน และกรรมการสรรหา 7/7 - 7/7 1/1
นางทูเน่ ริปเปล กรรมการ กรรมการสรรหา กรรมการกำหนดค่าตอบแทน และกรรมการกำกับดูแลกิจการ 7/7 - 7/7 1/1
นายราเกซ เจน กรรมการ กรรมการสรรหา กรรมการกำหนดค่าตอบแทน และกรรมการกำกับดูแลกิจการ 7/7 1/7 6/7 1/1
นางปรารถนา มงคลกุล กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ กรรมการสรรหา และกรรมการกำหนดค่าตอบแทน 7/7 - 7/7 1/1
นายฮากุน บรัวเซ็ท เชิร์ล กรรมการ 7/7 - 7/7 1/1
นายโทมัส อเล็กซานเดอร์ ไทโฮลด์ กรรมการ 7/7 - 7/7 1/1

การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการรายบุคคล

ในปี 2564 ค่าตอบแทนรวมของกรรมการบริษัทมีจํานวนทั้งสิ้น 13,540,800 บาท โดยมีรายละเอียดค่าตอบแทนกรรมการรายบุคคลดังนี้

รายชื่อ ค่าตอบแทนกรรมการ (บาท)
คณะกรรมการ
บริษัท
คณะกรรมการ
ตรวจสอบ
คณะกรรมการ
สรรหาและ
กําหนด
ค่าตอบแทน
คณะกรรมการ
กํากับดูแล
กิจการ
รวม
นายบุญชัย เบญจรงคกุล 3,840,000 - - - 3,840,000
นายเยอเก้น คริสเตียน อาเร้นท์ โรสทริป - - - - -
นายสตีเฟ่น วูดรุฟ ฟอร์ดแฮม 1,320,000 720,000 600,000 - 2,640,000
นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ 1,320,000 - 300,000 408,000 2,028,000
นางกมลวรรณ วิปุลากร 1,320,000 964,800 - 204,000 2,488,800
นางปรารถนา มงคลกุล 1,320,000 720,000 300,000 204,000 2,544,000
นางทูเน่ ริปเปล - - - - -
นายราเกซ เจน - - - - -
นายฮากุน บรัวเซ็ท เชิร์ล - - - - -
นายโทมัส อเล็กซานเดอร์ ไทโฮลด์ - - - - -
รวม 9,120,000 2,404,800 1,200,000 816,000 13,540,800

นอกจากนี้ ในปี 2564 นางกมลวรรณ วิปุลากร และ นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ ซึงเป็นกรรมการของ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ยังได้รับค่าตอบแทนในฐานะกรรมการเป็นจํานวน 300,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลําดับ จากบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จํากัด อีกด้วย โดยเป็ นค่าตอบแทนในรูปแบบเบี้ยประชุม ครั้งละ 50,000 บาท ตามจํานวนครั้งที่มาประชุมจริง

4) ข้อมูลคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดที่ ได้รับการแต่งตั้ง

ในปี 2564 คณะกรรมการชุดย่อยได้ปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระสามท่าน โดยคุณสมบัติของประธานคณะกรรมการตรวจสอบมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงินอย่างมืออาชีพ และเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของบริษัทชั้นนำ รวมถึงบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย ตลอดจนดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารฝ่ายการเงินในสถาบันการเงินหลายแห่ง ความเชี่ยวชาญดังกล่าวเป็นประโยชน์และช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมธุรกิจโทรคมนาคม

อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งอำนาจในการพิจารณาอนุมัติ โปรดอ้างอิงรายละเอียดตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบตามเอกสารแนบ 5 ของแบบแสดงข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report)

ในปี 2564 บริษัทได้จัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบรวม 9 ครั้ง โดยมีกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมดังนี้

รายชื่อ จำนวนครั้งที่เข้าประชุม/จำนวนการประชุมทั้งปี 2564
รวม ด้วยตนเอง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นางกมลวรรณ วิปุลากร (ประธานและกรรมการอิสระ) 9/9 - 9/9
นายสตีเฟ่น วูดรุฟ ฟอร์ดแฮม (กรรมการอิสระ) 9/9 - 9/9
นางปรารถนา มงคลกุล (กรรมการอิสระ) 9/9 - 9/9

ในปี 2564 คณะกรรมการตรวจสอบได้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการสอบทานกระบวนการรายงานทางการเงินของบริษัท ระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายใน การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท และสอบทานรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ฯลฯ

อนึ่ง ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับการพิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัทนั้น คณะกรรมการตรวจสอบจะพิจารณาคัดเลือกผู้สอบบัญชีตามเกณฑ์การประเมินผลของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยประสบการณ์ ผลการดําเนินงาน ความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจโทรคมนาคม และความเชี่ยวชาญในการสอบบัญชีของบริษัทโทรคมนาคม รวมถึงความเป็นอิสระในการดําเนินงานของผู้สอบบัญชีในปีที่ผ่านมา เพื่อนําเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 นางกิ่งกาญจน์ อัศวรังสฤษฎ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 4496 นางสาวศิริรัตน์ ศรีเจริญทรัพย์ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 5419 นางสาวรุ้งนภา เลิศสุวรรณกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 3516 และนางสาวพิมพ์ใจ มานิตขจรกิจ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 4521 ผู้สอบบัญชีคนใดคนหนึ่งดังมีรายนามข้างต้น จากบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งนี้ นางสาวพิมพ์ใจ มานิตขจรกิจ เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบบัญชีของบริษัทและแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564

ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบนั้นรวมถึงการกำกับดูแลการจัดทำรายงานทางการเงินของบริษัทด้วยการสอบถามผู้บริหารเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจในการจัดทำรายงาน การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความสมเหตุสมผลและเป็นการทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบกำกับดูแลการปฏิบัติงานของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน รวมทั้งสอบทานความเพียงพอและเหมาะสมของระบบการควบคุมภายในด้วยการประชุมเป็นประจำกับผู้บริหารและหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ตลอดจนคณะกรรมการตรวจสอบยังได้นัดประชุมกับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน และผู้สอบบัญชีของบริษัทโดยไม่มีผู้บริหารของบริษัทเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาเห็นว่าจำเป็นและเห็นสมควร คณะกรรมการตรวจสอบอาจขอคำชี้แจงและความเห็นจากหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน และผู้สอบบัญชีของบริษัทเกี่ยวกับรายละเอียดด้านการเงินและบัญชี เพื่อให้การทำหน้าที่เป็นไปอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนประกอบด้วยกรรมการห้าท่าน โดยมีกรรมการอิสระเกินกว่ากึ่งหนึ่งคือจำนวนสามท่าน และกรรมการที่มิใช่ผู้บริหารสองท่าน โดยประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นกรรมการอิสระ การประชุม คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะจัดขึ้นอย่างน้อยปีละสองครั้ง

อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งอำนาจในการพิจารณาอนุมัติ โปรดอ้างอิงรายละเอียดตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบตามเอกสารแนบ 5 ของแบบแสดงข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ทั้งนี้ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนปรากฎตามกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เอกสารแนบ 5 ของแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) นี้

ในปี 2564 คณะกรรมการได้จัดการประชุมรวม 4 ครั้ง ซึ่งกรรมการทุกท่านได้เข้าร่วมประชุมครบถ้วนทุกครั้ง โดยสามารถสรุปภาพรวม การปฏิบัติงานได้ ดังนี้

  1. การพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: พิจารณา และให้ข้อเสนอแนะแก่ คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับโครงสร้างค่าตอบแทนของกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  2. การสรรหากรรมการ: ให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการใหม่ของบริษัทย่อย และการแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระของบริษัท และของบริษัทย่อย
  3. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท: ให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับโครงสร้างของคณะกรรมการ บริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัท
  4. แผนสืบทอดตำแหน่ง: ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาผู้มีศักยภาพสูงและการวางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
  5. การประเมินการปฏิบัติงาน: ปรับปรุงแบบประเมินการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการบริษัท และให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปีของกรรมการรายบุคคล และคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ
รายชื่อ จำนวนครั้งที่เข้าประชุม/จำนวนการประชุมทั้งปี 2564
รวม ด้วยตนเอง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายสตีเฟ่น วูดรุฟ ฟอร์ดแฮม (ประธานและกรรมการอิสระ) 4/4 - 4/4
นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ (กรรมการอิสระ) 4/4 - 4/4
นางปรารถนา มงคลกุล (กรรมการอิสระ) 4/4 - 4/4
นายราเกซ เจน (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) 4/4 - 4/4
นางทูเน่ ริปเปล (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) 4/4 - 4/4

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการประกอบด้วยกรรมการห้าท่าน โดยมีกรรมการอิสระสามท่าน และกรรมการที่มิใช่ผู้บริหารสองท่าน โดยประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการเป็นกรรมการอิสระ การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการจะจัดขึ้นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการปรากฎตามกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ เอกสารแนบ 5 ของแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) นี้

ในปี 2564 คณะกรรมการได้จัดการประชุมรวม 4 ครั้ง โดยสามารถสรุปภาพรวมการปฏิบัติงานได้ ดังนี้

  1. บทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท: ดูแลให้คณะกรรมการบริษัทกำหนดกลยุทธ์และติดตามความคืบหน้าของกลยุทธ์เหล่านั้น และดูแลโครงสร้างธรรมาภิบาลของบริษัทโดยมีภารกิจหลัก 3 อย่าง ดังนี้
    • ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ หลักกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท และที่กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนหลักสากลของ The Organisation for Economic Cooperation and Development (OECD) และ ASEAN CG Scorecard
    • สอบทานความเหมาะสมในการแก้ไขดีแทคธรรมาภิบาล (Business Code of Conduct)
    • สอบทานการแก้ไขแบบการประเมินคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้เกิดการพัฒนากรรมการในแง่ของการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  2. สร้างความมั่นใจในแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    • สอบทาน ติดตาม และดูแลให้ดีแทคปฏิบัติตามแผนงานการกำกับดูแลกิจการประจำปี 2564 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ ติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานด้านธรรมาภิบาลของดีแทค
    • การติดตามผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการซึ่งได้รับการประเมินอยู่ในเกณฑ์ระดับ “ดีเลิศ” ห้าตราสัญลักษณ์เป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
    • ดูแลการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 (AGM) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ COVID -19 ซึ่งบริษัทได้รับการประเมินเต็ม 100 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ “ยอดเยี่ยม” จากการประเมินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA)
  3. ธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ: ดูแลส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นตามหลักดีแทคธรรมาภิบาล
    • ดูแลและติดตามระบบกำกับดูแลการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยการดูแลด้านการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลความซื่อสัตย์ และการอบรมปลูกฝังจริยธรรมองค์กร อันเป็นรากฐานสำคัญด้านวัฒนธรรมองค์กรของดีแทค
รายชื่อ จำนวนครั้งที่เข้าประชุม/จำนวนการประชุมทั้งปี 2564
รวม ด้วยตนเอง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ (ประธานและกรรมการอิสระ) 4/4 - 4/4
นางปรารถนา มงคลกุล (กรรมการอิสระ) 4/4 - 4/4
นางกมลวรรณ วิปุลากร (กรรมการอิสระ) 4/4 - 4/4
นายราเกซ เจน (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) 4/4 - 4/4
นางทูเน่ ริปเปล (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) 4/4 - 4/4

5) การพัฒนากรรมการ

ในการแต่งตั้งกรรมการใหม่ บริษัทจะจัดเตรียมข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทให้แก่กรรมการ รวมทั้งจัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้บริหาร เพื่อให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่มีความคุ้นเคยกับธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมให้กรรมการของบริษัทเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยและสถาบันผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ โดยบริษัทจะแจ้งให้กรรมการทราบเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรมต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับกรรมการในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัทได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบัน บริษัทมีกรรมการเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยแล้วจำนวน 6 ท่าน โดยในปี 2564 มีกรรมการบริษัทได้เข้ารับการอบรม ในหลักสูตรของ IOD ดังนี้

รายชื่อ ตำแหน่ง หลักสูตร
นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ IT Governance and Cyber Resilience Program (ITG) (17/2564)
นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการอิสระ
ประธานกรรมการตรวจสอบ
กรรมการกํากับดูแลกิจการ
Director Leadership Certication Program (DLCP) (2/2564)
นางปรารถนา มงคลกุล กรรมการอิสระ
กรรมการตรวจสอบ
กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
กรรมการกำกับดูแลกิจการ
Board Nomination and Compensation Program (BNCP) (12/2564) Director Leadership Certi¬cation Program (DLCP) (2/2564) Ethical Leadership Program (ELP) (21/2564)

ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการอบรมของกรรมการแสดงอยู่ภายใต้รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการ เอกสารแนบ 1 ของแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) นี้

6) การสรรหาผู้บริหารระดับสูงสุด

คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการสรรหาและแต่งตั้งบริหารระดับสูง และนโยบายในการสืบทอดตำแหน่ง โดยมีกระบวนการสรรหาที่ชัดเจนและโปร่งใส และพิจารณาจากประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ความรู้ ความสามารถ จริยธรรม และความเป็นผู้นำ โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้พิจารณาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินของบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้กลุ่มบุคคล (People Group) มีหน้าที่ในการจัดให้มีแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับการสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติความรู้ และความสามารถเหมาะสมต่อการบริหารจัดการกิจการของบริษัท ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้นำเสนอแผนสืบทอดตำแหน่ง ผู้บริหารระดับสูงต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนและคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะถึงความเหมาะสมของแผนสืบทอดตำแหน่งดังกล่าว

7) สรุปผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการในรอบปีที่ผ่านมา

บริษัทมีการวางแผนการประชุมคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้าทั้งปีอย่างน้อยหกครั้งต่อปี เพื่อพิจารณาวาระหลักที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม หากมีวาระสำคัญ ประธานคณะกรรมการบริษัทก็จะเรียกประชุมสำาหรับวาระสำคัญนั้น ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยไปกว่าระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้ โดยในปี 2564 คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมทั้งสิ้นจำนวนเจ็ดครั้ง

อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทกำหนดไว้โดยอ้างอิงกับพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พระราชบัญญัติบริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและข้อบังคับของบริษัท

อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งอำนาจในการพิจารณาอนุมัติ มีดังนี้

  1. ปฏิบัติและรับผิดชอบหน้าที่ของตนด้วยความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น
  2. มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการกิจการของบริษัท กำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินธุรกิจระยะยาว จัดระบบโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสม และกำกับดูแลผู้บริหารในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน
  3. กำหนดทิศทาง วิสัยทัศน์ มูลค่า และความคาดหวังในการเป็นผู้นำของบริษัท
  4. พิจารณาอนุมัติตัดสินใจในการเข้าทำธุรกรรมที่สำคัญและดำเนินการใด ๆ และในบางกรณี มอบอำนาจในการ ตัดสินใจให้บุคคลอื่นโดยเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์ของบริษัท ข้อบังคับของบริษัท มติที่ ประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท
  5. ดำเนินการให้บริษัทปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อันเป็นที่ยอมรับทั่วไปเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการควบคุมกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ
  6. อนุมัติให้ความเห็นชอบและควบคุมดูแลเป้าหมาย กลยุทธ์ และแผนการดําเนินงาน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในเป้าหมายและกลยุทธ์และแผนการดําเนินงานดังกล่าว
  7. จัดให้มีรายงานการประกอบกิจการและการเงินของบริษัท ซึ่งถูกต้องและครบถ้วนให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนโดยทั่วไป
  8. ติดตามตรวจสอบการควบคุมภายในเกี่ยวกับการจัดทำรายงานทางการเงิน (Internal Control over Financial Reporting) อย่างเพียงพอเพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อกําหนดทางกฎหมาย และนโยบาย การกำกับดูแลกิจการของบริษัท
  9. ประเมินและหารือเกี่ยวกับโครงสร้างทุนที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Optimal Capital Structure) นโยบายการจ่ายเงินปันผล กลยุทธ์ในการจัดหาเงินทุน และการจัดสัดส่วนเงินทุนที่เหมาะสม (Optimal Funding Composition) เป็นประจำ
  10. พิจารณาและอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นครั้งคราว เมื่อเห็นว่าบริษัทมีกําไรสมควรพอที่จะทำเช่นนั้น
  11. มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจทานร่างงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนประจำปี ซึ่งจัดทำโดยคณะผู้บริหาร โดยตรวจทานให้มั่นใจว่า งบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนประจำปีจัดทำขึ้นอย่างถูกต้องและครบถ้วนและสะท้อนสถานะทางการเงินของบริษัทและผลประกอบการ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป
  12. จัดทำรายงานประจำปีร่วมกับคณะผู้บริหาร
  13. พิจารณา อนุมัติ และกำหนดโครงสร้างการดำเนินกิจการโดยรวมของบริษัทและบริษัทย่อยหลัก
  14. วางแผนเชิงรุกเพื่อบริหารความเสี่ยงและจัดการกับความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญของบริษัท โดยจะต้องพิจารณา ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์การดำเนินกิจการ (ทางการเงินและอื่น ๆ) และทางกฎหมายเป็นสำคัญ
  15. กำกับดูแลให้ธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของคณะผู้บริหาร คณะกรรมการบริษัท และ ผู้ถือหุ้น รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวนั้น ทำขึ้นเช่นเดียวกับการทำธุรกรรมปกติกับบุคคลภายนอก (Arm’s Length Basis) และอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางการค้าปกติ รวมถึงไม่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นรายย่อย
  16. จัดให้บริษัทมีการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสม และจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายในเพื่อติดตาม ตรวจสอบการควบคุมภายในของบริษัทและรายงานความล้มเหลวหรือจุดอ่อนในการควบคุมต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมถึงเสนอแนะวิธีการแก้ไข
  17. จัดเตรียมวาระและความเห็นที่จะเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  18. สรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มศักยภาพ ของคณะกรรมการบริษัทและบริษัทย่อยหลัก
  19. พิจารณาและเสนอค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ
  20. มีอำนาจแต่งตั้ง (และถอดถอน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ติดตามตรวจสอบและจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นรายปี
  21. ติดตามตรวจสอบให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงและปลอดภัยที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากร ข้อมูลและสินทรัพย์อื่น ๆ ได้รับการปกป้องคุ้มครอง
  22. ดำเนินการให้บริษัทมีขั้นตอนกระบวนการที่เพียงพอสำหรับการป้องกันมิให้บริษัทเกี่ยวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่น
  23. จัดให้มีการประเมินผลงาน หน้าที่ และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของตนปีละหนึ่งครั้ง

เรื่องสำคัญที่สงวนไว้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาอนุมัติ มีดังนี้ :

  1. กลยุทธ์ แผนธุรกิจ ตัวชี้วัดผลการดําเนินงาน
  2. ค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนและค่าใช้จ่ายที่เกินกว่าวงเงินที่กำหนด
  3. การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในธุรกิจใหม่และการลดการลงทุน
  4. โครงสร้างองค์กรและการแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูง
  5. แผนการสืบทอดตำแหน่งของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูง
  6. ค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  7. การแต่งตั้งกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการเงินของบริษัทย่อย
  8. การตกลงเข้าทำสัญญาที่สำคัญและเรื่องอื่นใดที่มีนัยสําคัญต่อบริษัท
  9. การฟ้องร้องและดำเนินคดีที่สำคัญ
  10. นโยบายที่สำคัญ
  11. การเข้าผูกพันเงื่อนไขการกู้ยืมเงินและวงเงินสินเชื่อจากธนาคารและสถาบันการเงิน
  12. นโยบายการจ่ายเงินปันผล การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล และการเสนอขออนุมัติจ่ายเงินปันผลต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

8) ระบุรายชื่อของคณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระ 3 ท่าน ดังนี้

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นางกมลวรรณ วิปุลากร (กรรมการอิสระ) ประธานกรรมการตรวจสอบ
นายสตีเฟ่น วูดรุฟ ฟอร์ดแฮม (กรรมการอิสระ) กรรมการตรวจสอบ
นางปรารถนา มงคลกุล (กรรมการอิสระ) กรรมการตรวจสอบ

กรรมการตรวจสอบมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ “กรรมการอิสระ” และไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินงานของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และไม่เป็นกรรมการของบริษัทจดทะเบียนซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของบริษัท ทั้งนี้ นางกมลวรรณ วิปุลากร และนางปรารถนา มงคลกุล เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบัญชีในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัท

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนประกอบด้วยกรรมการ 5 ท่าน ดังนี้

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นายสตีเฟ่น วูดรุฟ ฟอร์ดแฮม(กรรมการอิสระ) ประธานคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ (กรรมการอิสระ) กรรมการกำหนดค่าตอบแทน
นางปรารถนา มงคลกุล (กรรมการอิสระ) กรรมการกำหนดค่าตอบแทน
นายราเกซ เจน (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) กรรมการกำหนดค่าตอบแทน
นายฮากุน บรัวเซ็ท เชิร์ล (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) กรรมการกำหนดค่าตอบแทน

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการประกอบด้วยกรรมการ 5 ท่าน ดังนี้

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ (กรรมการอิสระ) ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
นางปรารถนา มงคลกุล (กรรมการอิสระ) กรรมการกำกับดูแลกิจการ
นางกมลวรรณ วิปุลากร (กรรมการอิสระ) กรรมการกำกับดูแลกิจการ
นายราเกซ เจน (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) กรรมการกำกับดูแลกิจการ
นางทูเน่ ริปเปล (กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร) กรรมการกำกับดูแลกิจการ

การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

การสรรหากรรมการ

บริษัทให้ความสำคัญกับการสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการและกรรมการอิสระของบริษัท ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อบังคับของบริษัท

การสรรหากรรมการของบริษัทจะพิจารณาจากประวัติการศึกษาประสบการณ์การทำงาน ความรู้ ความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจการโทรคมนาคม และผลการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งพิจารณาจากทักษะที่ยังขาดอยู่ในคณะกรรมการ รวมถึงความหลากหลายอื่น ๆ เช่น เพศ เพื่อช่วยส่งเสริมให้คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คณะกรรมการบริษัทได้ตระหนักถึงการสรรหากรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลายและพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญเพื่อการพิจารณาตัดสินใจและการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและคณะกรรมการสรรหาได้กำหนดแนวทางในการเสนอชื่อผู้สมัครเพื่อแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทที่มีคุณสมบัติหลากหลาย นอกจากนี้บริษัทได้พิจารณาองค์ประกอบตามที่กำหนดโดยจัดทำ Board Skill Metrix เป็นข้อมูลที่ช่วยในการคัดกรองสรรหากรรมการที่มีความความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะและประสบการณ์ที่หลากหลายเหมาะสมกับธุรกิจด้านโทรคมนาคม ในปี พ.ศ. 2560 บริษัทได้ทบทวน Board Skill Metrix โดยแบ่งเป็น 10 ด้าน ซึ่งรวมถึงภาวะความเป็นผู้นำ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ลูกค้าและการตลาด บัญชีและการเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศ ความรู้ที่เกี่ยวกับธุรกิจโดยตรง กฎหมาย การจัดการความเสี่ยง ด้านการจัดการองค์กรและการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการสรรหากรรมการของบริษัท ตั้งแต่ปี 2554 บริษัทได้ใช้บริษัทที่ปรึกษาภายนอก (Professional Recruitment Firm) ในการสรรหากรรมการอิสระหรือพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการ โดยคณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นกรรมการของบริษัท สรุปผลการสรรหาก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป (แล้วแต่กรณี)

กรรมการของบริษัทจะต้องมีคุณสมบัติของการเป็นกรรมการและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด และจะต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 5 บริษัท และกรรมการที่เป็นผู้บริหารจะต้องไม่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทอื่นและบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 2 บริษัท ไม่นับรวมบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุนของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อให้กรรมการสามารถปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรรมการของบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือกตั้งให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกได้ การแต่งตั้งถอดถอน หรือการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริษัทต้องประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 5 ท่านและกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย
  2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
    • ผู้ถือหุ้นหนึ่งคนมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่
    • ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดเลือกตั้งบุคคลเพียงคนเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดเพียงใดไม่ได้
    • ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเรียงตามลำดับจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ในกรณีที่ได้รับคะแนนเสียงเท่ากันเกินกว่าจำนวนกรรมการที่พึงเลือกในครั้งนั้น ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
  3. ในกรณีที่กรรมการท่านใดประสงค์จะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัท การลาออกจะมีผลนับแต่วันที่บริษัทได้รับใบลาออก
  4. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอาจลงมติให้กรรมการออกจากตำแหน่งก่อนวาระได้โดยต้องมีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
  5. ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการจำนวนหนึ่งในสามของกรรมการทั้งหมดของบริษัทพ้นจากตำแหน่ง โดยให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่งก่อนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วอาจได้รับเลือกให้เข้าดำรงตำแหน่งอีกได้

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังมีสิทธิในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีได้ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับและระเบียบของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการและกรรมการบริษัทจะเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ความรู้ความสามารถในธุรกิจโทรคมนาคมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทมีกระบวนการสรรหากรรมการอิสระเพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการอิสระจะทำหน้าที่ได้อย่างดีเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น

ด้วยธุรกิจโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่มีประวัติยาวนานและมีความซับซ้อนสูง มีความจำเป็นที่กรรมการแต่ละท่านต้องมีความเข้าใจเรื่องเฉพาะด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชิงพาณิชย์ เช่น ธุรกรรมการค้าต่าง ๆ หรือเรื่องเชิงเทคนิคที่มีความซับซ้อน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับย่านคลื่นความถี่ โครงข่ายโทรคมนาคม สายไฟเบอร์ออปติก เครื่องและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ โทรศัพท์เคลื่อนที่ การดำเนินธุรกิจออนไลน์ อินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ กฎหมายหรือกฎเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ฯลฯ จึงทำให้กิจการโทรคมนาคมเป็นกิจการยากแก่การทำความเข้าใจ อย่างไรก็ดี การทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อการวิเคราะห์และวางแผนงานของบริษัท ดังนั้น การดำรงตำแหน่งกรรมการที่นานขึ้นก็จะเป็นปัจจัยสำคัญส่งเสริมให้กรรมการสามารถมีความเข้าใจอย่างลึกซึ่งและให้คำแนะนำหรือทิศทางที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทได้ โดยที่ผ่านมา คณะกรรมการของบริษัทได้ทำหน้าที่ในด้านนี้ได้เป็นอย่างดี

การสรรหาผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการสรรหาและแต่งตั้งบริหารระดับสูง และนโยบายในการสืบทอดตำแหน่ง โดยมีกระบวนการสรรหาที่ชัดเจนและโปร่งใส และพิจารณาจากประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ความรู้ ความสามารถ จริยธรรม และความเป็นผู้นำ โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้พิจารณาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินของบริษัท

การกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

บริษัทมีกลไกในการกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเพื่อให้สามารถควบคุมดูแลการบริหารจัดการการดำเนินงานและรักษาผลประโยชน์ของบริษัท โดยบริษัทมีการแต่งตั้งผู้แทนของบริษัทเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเหล่านั้น ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินของบริษัทย่อยทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่า อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทย่อย หลักเกณฑ์เรื่องการทำรายการระหว่างกัน และการทำรายการสำคัญอื่น ๆ เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับหลักเกณฑ์ของบริษัท เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ บริษัทได้จัดให้มีการรายงานฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของบริษัทย่อยหลักต่อคณะกรรมการของบริษัทเป็นรายไตรมาส

การใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

บริษัทตระหนักถึงถึงความสำคัญเรื่องการป้องกันมิให้มีการใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่นในทางมิชอบ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันมิให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงข้อมูลที่มิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน และป้องกันมิให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่มิได้เปิดเผยต่อสาธารณชนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นและตราสารทางการเงินอื่น ๆ ของบริษัทก่อนที่บริษัทจะได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ หรือในขณะที่ข้อมูลดังกล่าวยังมีผลกระทบต่อราคา และมิให้กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทซื้อขายหุ้นหรือตราสารทางการเงินของบริษัทก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือในขณะที่ข้อมูลดังกล่าวยังมีผลกระทบต่อราคา การฝ่าฝืนหลักในการปฏิบัติสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัทจะถูกสอบสวน ลงโทษ และ/หรือให้ออกจากงานตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำคู่มือเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ สำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท โดยกำหนดห้ามมิให้กรรมการและผู้บริหารซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วง เวลา 1 เดือนก่อนวันประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละไตรมาสจนถึงวันถัดจากวันประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทต่อสาธารณชน หรือซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการเก็งกําไรในระยะสั้น โดยเลขานุการบริษัทจะแจ้งให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องทราบกำหนดระยะเวลาการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนการประกาศผลการดําเนินงานของบริษัททุกครั้ง นอกจากนี้ บริษัทกำหนดเป็นนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัทจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงรายงานการซื้อขายหุ้น หรือการได้มาหรือการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท (รวมถึงการถือครองหลักทรัพย์ของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) อย่างน้อยล่วงหน้า 1 วัน ก่อนทำการซื้อขาย และแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงนับจากวันที่มีการได้มาหรือมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเลขานุการบริษัทจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบทุกครั้ง

บริษัทได้จัดให้มีการเผยแพร่หลักในการปฏิบัติสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.dtac.co.th และระบบสื่อสารภายในของบริษัท (Intranet)

ในขณะที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นที่สนใจเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ให้ความสำคัญในการดูแลและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างโปร่งใส เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแล และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และได้นํามาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) มาปรับใช้ในการประเมินวัตถุประสงค์การใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy by Design) และมีมาตรการทางเทคนิคเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมไปถึงการสร้างความตระหนักและให้ความรู้กับพนักงานภายใน องค์กรอยู่เสมอเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองทางไซเบอร์ ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าพนักงานของบริษัทได้ปฏิบัติตามดีแทคธรรมภิบาลและนโยบายความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด

ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทมีมติแต่งตั้งนางกิ่งกาญจน์ อัศวรังสฤษฎ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 4496 นางสาวศิริรัตน์ ศรีเจริญทรัพย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 5419 นางสาวรุ้งนภา เลิศสุวรรณกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 3516 และนางสาวพิมพ์ใจ มานิตขจรกิจ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลข ทะเบียน 4521 ผู้สอบบัญชีจากบริษัท สำนักงาน อีวาย จํากัด ผู้ใด ผู้หนึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทสำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และอนุมัติค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีของบริษัทเป็นจำนวนไม่เกิน 4,000,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าวประกอบด้วยค่าบริการสำหรับการตรวจสอบงบการเงินประจำปี และการสอบทานงบการเงินรายไตรมาส

สำหรับค่าบริการอื่นที่นอกเหนือจากงานสอบบัญชี (Non-audit Fees) เป็นจำนวน 250,000 บาท สำหรับบริการรับรองการจัดสรรเงินรายได้จากการให้บริการโทรคมนาคมเพื่อนำไปใช้ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (ค่า USO โทรคมนาคม) เพื่อนำส่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)

การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ

บริษัทมีการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ ดังนี้

  1. บริษัทมีนโยบายและกระบวนการสรรหาผู้มีความรู้ความสามารถเพื่อมาทำหน้าที่เป็นกรรมการ โดยผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีได้ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับและระเบียบของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการและกรรมการบริษัทจะเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ความรู้ความสามารถในธุรกิจโทรคมนาคมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทมีกระบวนการสรรหากรรมการอิสระเพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการอิสระจะทำหน้าที่ได้อย่างดีเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น ด้วยธุรกิจโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่มีประวัติยาวนานและมีความซับซ้อนสูง มีความจำเป็นที่กรรมการแต่ละท่านต้องมีความเข้าใจเรื่องเฉพาะด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชิงพาณิชย์ เช่น ธุรกรรมการค้าต่าง ๆ หรือเรื่องเชิงเทคนิคที่มีความซับซ้อน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับย่านคลื่นความถี่ โครงข่ายโทรคมนาคม สายไฟเบอร์ออปติก เครื่องและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ โทรศัพท์เคลื่อนที่ การดำเนินธุรกิจออนไลน์ อินเทอร์เนต เทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ กฎหมายหรือกฎเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ฯลฯ จึงทำให้กิจการโทรคมนาคมเป็นกิจการยากแก่การทำความเข้าใจ อย่างไรก็ดี การทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อการวิเคราะห์และวางแผนงานของบริษัท ดังนั้น การดำรงตำแหน่งกรรมการที่นานขึ้นก็จะเป็นปัจจัยสำคัญส่งเสริมให้กรรมการสามารถมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและให้คำแนะนำหรือทิศทางที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทได้ โดยที่ผ่านมา คณะกรรมการของบริษัทได้ทำหน้าที่ในด้านนี้ได้เป็นอย่างดี บริษัทมีการวางแผนการประชุมคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้าทั้งปี อย่างน้อย 6 ครั้งต่อปี เพื่อพิจารณาวาระหลักที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม หากมีวาระสำคัญ ประธานคณะกรรมการบริษัทก็จะเรียกประชุมสำหรับวาระสำคัญนั้น ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยไปกว่าระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้ โดยในปี 2563 คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมทั้งสิ้นจำนวน 12 ครั้ง
  2. บริษัทกำหนดนโยบายในการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้บริหารและพนักงานให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยมีกระบวนการประเมินผลงานตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป บริษัทได้ทำการเปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหาร และได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารและพนักงานถือปฏิบัติตามหลักการที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในเรื่องนี้ด้วย เช่น พนักงานต้องไม่เปิดเผยจำนวนค่าตอบแทนของตนเองให้บุคคลอื่นทราบ และบริษัทก็จะถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความลับของพนักงานและจะเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของพนักงาน
  3. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัทตามมติคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2562 ได้อนุมัติคู่มือเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท โดยหลักการสำคัญของคู่มือดังกล่าวเป็นการกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัทสามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหุ้นของบริษัทได้แต่จะต้องแจ้งต่อคณะกรรมการหรือเลขานุการบริษัทเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย และแจ้งผลการซื้อขายหลักทรัพย์ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่มีการซื้อขายหรือเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์
  4. บริษัทมิได้นำการลงคะแนนเสียงแบบสะสมมาใช้ เนื่องจากข้อบังคับบริษัทได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งกรรมการโดยวิธีคะแนนเสียงข้างมาก อย่างไรก็ดี บริษัทได้กำหนดให้มีวิธีการอื่นในการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อยมาโดยตลอดโดยการกำหนดนโยบายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเพื่อสรรหาบุคคลที่มีความรู้และความสามารถในการที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และได้สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยใช้สิทธิในการเสนอวาระการประชุมเพิ่มเติมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นตามกฎเกณฑ์ของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานและกรรมการจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องด้านธุรกิจโทรคมนาคมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องอันเป็นประโยชน์ต่อกิจการบริษัท กระบวนการสรรหาคัดเลือกกรรมการอิสระต้องมั่นใจว่ากรรมการอิสระได้ทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น
  5. บริษัทมีนโยบายที่จะยกระดับและส่งเสริมกรอบการกำกับดูแลกิจการให้ดียิ่งขึ้น โดยบริษัทได้กำหนดให้มีหลักเกณฑ์การปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเพิ่มเติมโดยมีสาระสำคัญ อาทิ การกำหนดให้มีตารางแผนงานการประชุมประจำปีสำหรับคณะกรรมการบริษัท (Yearly Meeting Plan) การกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทต้องประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และการกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณารายงานต่าง ๆ อาทิ การบริหารจัดการความเสี่ยง รวมทั้งต้องพิจารณารายงานการตรวจสอบภายในด้วยทุกครั้งที่มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท